วันพุธที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567

การใช้สารนิทัศน์เพื่อประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

 9.การใช้สารนิทัศน์เพื่อประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

สารนิทัศน์สำหรับเด็กปฐมวัย(Documentation for Young Children) หมายถึง การจัดทำข้อมูลที่เป็นหลักฐานที่แสดงให ้เห็นร่องรอยของการเจริญเติบโต พัฒนาการและการเรียนรู ้ของเด็กปฐมวัย จากการทำกจิกรรมทั้ง รายบุคคลและรายกลุ่ม ซึ่ง หลักฐานและขอ้มูลดังกล่าวที่บันทึกไว้เป็นระยะ จะเป็นข้อมูลที่บ่งบอกถึงพัฒนาการของเด็กทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์สังคม และสติปัญญา อีกทั้งยังสะท้อนถึงประสทิธภิาพในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูด้วย

สารนิทัศน์สำคัญ อย่างไร?

การจัดทำสารนิทัศน์ (Documentation) เป็นการจัดทำข้อมูลที่เป็นหลักฐานหรือแสดงให ้เห็นร่องรอยของ การเจรญิเติบโต พัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยจากการทำกิจกรรมทั้งรายบุคคลและรายกลุ่ม ซึ่ง หลักฐานและข้อมูลที่บันทึกเป็นระยะๆจะเป็นข้อมูลอธิบายภาพเด็ก สามารถบ่งบอกถึงพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์สังคม และสติปัญญา สารนิทัศนเ์ป็นการประมวลผลที่แสดงให้เห็นถึงกระบวนการจัดการเรียนการสอนของครูและร่องรอยผลงานของเด็ก จากการทำกิจกรรมที่สะท้อนถึงพัฒนาการในด้านต่างๆ การ จัดทำสารนิทัศน์จึงเป็นส่วนหนึ่ง ของกระบวนการวัดและประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย ซึ่งมีหลายรูปแบบ ได ้แก่

พอรต์ โฟลิโอสำหรับเด็กเป็นรายบุคคล เช่น การเก็บชิ้นงานหรือภาพถ่ายเด็กขณะทำกจิกรรม มีการใช้แบบบันทึก บันทกึ เสียง แถบบันทึกภาพแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในงานที่เด็กทำ เป็นตน้ 

การบรรยายเกี่ยวกับเรื่องราวหรือประสบการณ์ที่เด็กได ้รับ เช่น การสอนแบบโครงการ (Project Approach) สามารถให ้สารนิทัศน์เกี่ยวกับพัฒนาการเด็กทุกด้าน ทั้งประสบการณ์การเรียนรู ้ของเด็กและการสะท้อน ตนเองของครู

ครูจัดทำสารนิทัศน์สำหรับเด็กปฐมวัย อย่างไร?

- เตรียมสื่อวัสดุ อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ให้เหมาะสมกับข้อมูลที่ต้องการเก็บ วางแผน การเลือกและการการจัดการกับวัสดุ สื่อที่เหมาะสมกับข้อมูลที่จะเก็บตั้งแต่ต้นปีการศึกษา ได้แก่ ข้อมูลที่ต้องได้จากการสังเกต เช่น กระดาษ การ์ดขนาดเล็ก ดินสอ ปากกา กล้อง  แถบบันทึกเสียง

- ศึกษาหลักสูตรเป้าหมายการพัฒนาเด็ก ซึ่งจะช่วยให้ครูทราบว่าควรเก็บข้อมูลปรพเภทใด ลักษณะใดจึงจะทำให้เห็นพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม

- วางแผนการจัดทำ เลือกวิธีเก็บข้อมูล 

- ตั้งเป้าหมายการจัดทำ

- จัดแสดงข้อมูลหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็ก โดยพิจรณาว่าข้อมูลใดควรนำมาแลกเปลี่ยนและนำมาจัดแสดงให้เห็นพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็ก รวมทั้ังให้เด็กมีส่วนร่วมในการเลือกผลงานของตน


สารนิทัศน์สำหรับเด็กปฐมวัย (Documentation for Young Children) 

ผู้เขียน: อาจารย์นติธิร ปิลวาสน์   ศึกษานิเทศก์  http://taamkru.com/th/สารนิทัศน์ส าหรับเด็กปฐมวัย/ 

การจัดทำแฟ้มผลงาน

 8.การจัดทำแฟ้มผลงาน

แฟ้มสะสมผลงาน คือ เป็นแหล่งรวบรวมเอกสารผลงานหรือหลักฐานต่าง ๆ ของนักเรียน ซึ่งมีการจัดเก็บรวบรวมผลงานได้อย่างมีระบบโดยนักเรียนเป็นผู้คัดเลือกผลงาน และยังมีส่วนร่วมในการประเมินผลงานของตนเอง

ผลงานชิ้นต่าง ๆ  จะแสดงให้เห็นถึง ความรู้ ความสามารถ ความพยายาม และความก้าวหน้าของการเรียน

แฟ้มสะสมผลงานจึงเป็นหลักฐานที่สำคัญที่จะทำให้นักเรียนสามารถเห็นพัฒนาการของตนเองได้ตามสภาพจริง


วัตถุประสงค์

- เพื่อแสดงให้เห็นกระบวนการการทำงาน หรือความพยายาม

- เพื่อแสดงให้เห็นพัฒนาการและการเรียนรู้ของนักเรียน

- เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการตัดสินพิจารณาความก้าวหน้าของนักเรียนเป็นรายบุคคล


แฟ้มสะสมงานนี้จะเป็นเครื่องมือการประเมิน ต่อเมื่องานที่สะสมแต่ละชิ้น ถูกใช้ในการบ่งบอกความก้าวหน้า และความต้องการของเด็ก Portfolio จึงมิใช่เป็นเพียงแฟ้มสะสมงาน ที่เป็นการเก็บการรายงานที่คงที่ แต่เป็นแฟ้มสะสมงานนักเรียน ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เป็นการเก็บสะสมอย่างต่อเนื่องที่สร้างสรรค์โดยครูและนักเรียน

ครูสามารถใช้ Portfolio ในการสื่อสารกับผู้ปกครองอย่างมีคุณค่า เพราะการเก็บผลงานเด็กอย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอในแฟ้มสะสมงาน เป็นข้อมูลให้ผู้ปกครอง สามารถเปรียบเทียบความก้าวหน้า ที่ลูกของตนมีเพิ่มขึ้น จากผลงานชิ้นแรกในชิ้นต่อๆ มา ข้อมูลในแฟ้มสะสมงาน ประกอบด้วยตัวอย่างผลงานการขีดเขียน การวาด การอ่าน และข้อมูลในประเด็นบางประการ ของนักเรียนที่ครูเป็นผู้บันทึก เช่น จํานวนเล่มของหนังสือที่เด็กอ่าน ความถี่ของการเลือกอ่านที่มุมหนังสือในช่วงเวลาเลือกเสรี การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ทัศนคติ เป็นต้น   (Tataya,2567)


หลักที่ควรคํานึงถึง เพื่อให้การดําเนินการประเมินผลโดย Portfolio มีประสิทธิภาพ คือ

1. พัฒนาระบบการประเมินแบบ Portfolio ที่เอื้อให้นักเรียนเรียนวิธีการเรียน ดังนั้นใน Portfolio จะต้องมีข้อมูลที่บ่งบอกถึงการที่นักเรียนมีการสะท้อนผลงานโดยตัวของนักเรียนเอง

2. Portfolio เป็นการสะสมผลงานของนักเรียน โดยนักเรียนเป็นผู้ปฏิบัติเอง ไม่ใช่ใครอื่นมาทําให้นักเรียน การประเมินโดย Portfolio จึงเป็นการปฏิบัติโดยนักเรียนที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ถึงการประเมินค้าในผลงานของตนเอง และตระหนักถึงคุณค่าการเรียนรู้จากการที่นักเรียนเป็นผู้ตัดสินใจในการเลือกชิ้นงานที่จะสะสมในแฟ้มสะสมงาน

3. Portfolio ต้องนําเสนอกิจกรรมของนักเรียนอย่างชัดเจน เช่น วัตถุประสงค์ของการจัดทํา Portfolio เป้าหมายของการจัดเก็บข้อมูลที่จัดเก็บในแฟ้ม มาตรฐานของการประเมิน และการพิจารณาสาระที่ได้จากข้อมูลที่จัดเก็บ

4. วัตถุประสงค์ของแฟ้มสะสมงาน อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตลอดปี เช่น ในระหว่างปีการศึกษานั้น แฟ้มสะสมงานเป็นเพียงที่เก็บงานที่ยังทําไม่เสร็จจากโครงการระยะยาว จนสิ้นปีการศึกษา แฟ้มสะสมผลงานจึงมีชิ้นที่สําเร็จสมบูรณ์เฉพาะชิ้นที่นักเรียนต้องการเผยแพร่ให้ผู้อื่นชมด้วย

5. Portfolio อาจสนองความมุ่งหมายที่หลากหลาย แต่ความมุ่งหมายเหล่านั้นต้องไม่ขัดแย้งกันผลงานที่เก็บในแฟ้มสะสมงานเป็นข้อมูลที่สะท้อนถึงเป้าหมายและความสนใจของนักเรียน แต่ขณะเดียว กันข้อมูลในแฟ้มสะท้อนถึงความสนใจของครู ผู้ปกครอง ตลอดจนคนอื่นๆ ที่มีส่วนร่วมในการสะท้อนผลงานในแฟ้มนี้เป้าหมายที่โดดเด่นที่ สุดของแฟ้มสะสมงานของนักเรียน คือ แสดงถึงความก้าวหน้าของนัก เรียนที่แสดงถึงเป้าหมายของการจัดการศึกษานั้น

6. ข้อมูลใน Portfolio ต้องแสดงถึงความก้าวหน้าของนักเรียน เช่น การเก็บชิ้นงานที่มีความต่อเนื่องที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่งอกงามขึ้นของนักเรียน บันทึกการสังเกตจากครูที่แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงของนักเรียนในการเป็นผู้ใฝ่เรียนใฝ่รู้ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมอื่นๆ การอ่าน ตลอดจนบันทึกการเปลี่ยนแปลงทางทัศนคติของนักเรียนที่สะท้อนการเจริญเติบโตขึ้น

7. ทักษะและเทคนิคในการจัดทํา Portfolio ที่มีประสิทธิภาพนั้นเกิดจากการลงมือปฏิบัติที่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ และการเปลี่ยนความคิดและตัวอย่าง Portfolio ซึ่งกันและกัน เพื่อพัฒนาแฟ้มสะสมผลงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น   (Tataya,2567)


การใช้แบบทดสอบ

 7. การใช้แบบทดสอบ (Test)

   การใช้แบบทดสอบ การตรวจสอบว่า เด็กเกิดการเรียนรู้พร้อมที่จะเรียนในขั้นต่อไป ซึ่งเด็กจะต้องแสดงพฤติกรรม / ปฏิกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่งที่ครูสามารถสังเกตเห็นได้เช่น  สามารถตอบคำถามของครูได้

สามารถทำตามคำสั่งได้ถูกต้อง (วรรณวดี ม้าลำพอง, 2525)


การใช้แบบทดสอบเพื่อประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย

- เป็นวิธีการที่ต้องระมัดระวัง เพราะแบบทดสอบมีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติ การรับรู้ ของครูและเด็กที่มีต่อตัวเอง

- ผู้ทดสอบควรตระหนักถึงจุดมุ่งหมายหรือจุดประสงค์ของการสอบว่ามีขึ้นเพื่ออะไร


ประเภทของแบบทดสอบ

แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

1. แบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้น (Teacher-made)

มุ่งวัดผลการเรียนการสอน โดย ยึดเนื้อหาและจุดมุ่งหมายเป็นหลักในการสร้างแบบทดสอบ

2. แบบทดสอบมาตรฐาน (Standard test) สร้างขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านพัฒนาการและผู้เชี่ยวชาญ

แบบทดสอบโดยเฉพาะ ยึดเนื้อหาและจุดมุ่งหมายของหลักสูตรที่เป็นแกนร่วม ของทุกโรงเรียนในประเทศ

- ดวงเดือน ศาสตรภัทร (อ้างถึงใน นภเนตร ธรรมบวร, 2540)

การสร้างแบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้น

1. กำหนดจุดมุ่งหมายว่าจะสร้างแบบทดสอบเพื่อวัดพัฒนาการและความพร้อมด้านใด

2. ศึกษาทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการด้านที่ต้องการวัดและประเมิน

3. เขียนนิยามปฏิบัติการพัฒนาการด้านที่ต้องการวัดและประเมิน

4. สร้างแบบทดสอบ (ดวงเดือน ศาสตรภัทร, 2537)


ตัวอย่างการเขียนนิยามปฏิบัติการของพัฒนาการ

- (สมมติว่า...) พัฒนาการด้านสติปัญญา หมายถึงความสามารถด้านภาษานิยามปฏิบัติการ จะต้องอธิบายต่อว่าความสามารถด้านภาษา หมายถึง ความสามารถด้านการฟังคำสั่งแล้วเข้าใจ ตลอดจนทำตามได้

บอกคำตรงข้าม และความหมายที่ใกล้เคียงกันได้ตอบคำถามอะไรเอ่ยได้

- เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างข้อค าถามต่อไป


ประเภทของแบบทดสอบ

แบบทดสอบมาตรฐานที่มักใช้ในการศึกษาเด็ก :

▪ แบบทดสอบเชาว์ปัญญา

▪ แบบทดสอบความพร้อม

▪ แบบทดสอบที่ใช้คัดเลือกเด็กที่ต้องการการช่วยเหลือเป็นพิเศษ

▪ แบบทดสอบวัดความรู้ขั้นพัฒนาการ


ตัวอย่างแบบทดสอบเชาว์ปัญญา



(4 ธันวาคม 2567). แบบทดสอบ - แบบฝึกหัด . https://exercise-exam.blogspot.com/



การทำสังคมมิติ

 6. การทำสังคมมิติ  (Sociogram)

    การทำสังคมมิติ เครื่องมือประเมินความสัมพันธ์ในกลุ่มและความสัมพันธ์ทางสังคมของเด็กปฐมวัยแสดงรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในกลุ่ม สะท้อนโครงสร้างของสังคมในห้องเรียน

การทำสังคมมิติ (Sociogram)

    ทำให้ครูทราบ บทบาทของเด็กแต่ละคนในชั้นเรียนของตน 

เพื่อนมีความรู้สึกอย่างไรต่อเขา

ใครเด่นที่สุด ใครชอบแยกตัวเล่นคนเดียว

เด็กคู่ใดที่ต่างคนต่างชอบเล่นด้วยกัน

-ควรทำอย่างสม่ำเสมอ ข้อมูลอาจเปลี่ยนตามกิจกรรมและเวลา

เครื่องมือสังคมมิตินิยมใช้ 2 วิธี คือ

- การทายลักษณะ

- การสร้างภาพทางสังคม


เครื่องมือสังคมมิติ

การทายลักษณะ

ใครเอ่ย.......?

ใครเอ่ย หวงของเล่น?

ใครเอ่ย ช่วยเพื่อนเก็บของเสมอ?


การสร้างภาพทางสังคม

ถ้า ....... หนูจะ .......... ?

ถ้าหนูเลือกเพื่อนที่จะมานั่่งข้าง ๆ ได้ หนูจะเลือกใคร?


การเขียนแผนผังความสัมพันธ์

- เขียนเลขที่นักเรียนที่ได้รับเลือกมากที่สุดไว้ตรงกลางแผนผัง

โดยใช้สัญลักษณ์

- เขียนเลขที่นักเรียนที่ไม่ได้รับเลือกเลย หรือได้รับเลือกน้อยครั้งไว้รอบนอกแผนผัง

- ใช้ลูกศรแสดงทิศทางของการเลือก

- ควรทับกันให้น้อยที่สุด จึงต้องร่างแผนผังก่อน


ตัวอย่างการทำสังคมมิติ  

2. การทำสังคมมิติ

(ให้นักศึกษานำคะแนนจากการเลือกเพื่อนมาทำแผนผังสังคมมิติ)

                

                  เส้นทึบสีดำ หมายถึง เลือกเป็นอันดับ 1

                 เส้นทึบสีเขียว หมายถึง เลือกเป็นอันดับ 2

                 เส้นประถี่ หมายถึง เลือกเป็นอันดับ 3





 ที่มา : เล่มการฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพระหว่างเรียน 2 Sil2





ทะเบียนคุมชิ้นงาน

  https://drive.google.com/drive/folders/1d_qJyO0uKxOw0XQOTdOXut5ib6FPuSB0?usp=drive_link